อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

ประวัติ “The Answer” อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

“The Answer” ที่แบบว่า คำตอบ ไม่น่าเชื่อว่ามันจะกลายมาเป็นฉายาของชายร่างเล็กที่โลดแล่นอยู่ในวงการของเหล่าบรรดายักษ์ใหญ่ ซึ่งเจ้าของฉายานั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) ตำนานนักบาสเกตบอลที่แฟนบาสตัวจริงไม่มีใครไม่รู้จัก  หากเราติดตามดู อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) เราจะเข้าคำนิยามของคำว่า อัฉริยะบนความไม่สมบูรณ์แบบ ฉากชีวิตของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) อาจจะเหมือนกับนักกีฬาชื่อก้องโลกหลายๆ คน

เพราะเขาเกิดในครอบครับที่ยากจน บ้านอยู่ย่านสลัมของมลรัฐเวอร์จิเนีย (Virginia) สภาพครอบครับเหมือนกับครอบครัวชาวอเมริกันแอฟริกันส่วนใหญ่ที่มีปัญหา ภาพที่เห็นพ่อของตัวเองเดินเข้าออกคุกเป็นประจำ กลายเป็นภาพความทรงจำในวัยเด็กของเขา ที่เห็นจนชินตา

แต่ด้วยจิตใจที่เข้มแข็ง อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

บอกกับตัวเองว่า เขาจะต้องออกไปจากชีวิตแบบนี้ให้ได้ ซึ่งสิ่งเดียวที่เป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของเขาก็คือ กีฬา อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) เริ่มต้นเส้นทางสายกีฬาด้วยการเล่น อเมริกันฟุตบอล เขาทุ่มเทอยากหนักหน่วงในการฝึกเล่น ฝึกซ้อม เพื่อหวังว่าวันหนึ่งเขาจะได้เป็น นักอเมริกันฟุตบอลอาชีพ แต่แม่ของเขาไม่เห็นด้วย

อาจเพราะเห็นความสามารถบางอย่างในตัวของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) แม่ของเขาจึงพยายามโน้มน้าวใจให้ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) หันไปเล่น บาสเกตบอลแทน

ถึงขนาดที่พยายามทำงานหามรุ่งหามค่ำเก็บเงินเพื่อซื้อรองเท้าบาส แอร์ จอร์แดน (Air Jordan) ให้กับ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson) เพราะหวังว่าของขวัญชิ้นนี้จะสามารถเปลี่ยนใจลูกชายของตนเองให้หันมาเล่น บาสเกตบอล นี่อาจจะทำให้เรารู้สึกว่าครอบครัวของ อัลเลน ไอเวอร์สัน (Allen Iverson)

เป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น แต่เปล่าเลย เพราะ พ่อที่เข้าออกคุกเป็นประจำ แม่ที่ต้องทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาให้กับครอบครัว ดังนั้นคนเดียวที่เป็นที่พึ่งของเขาในวัยเด็กก็คือ เจมี่ โรเจอร์ เพื่อนซี้ที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่เขาตลอดเวลา ถึงกับมีชื่อเล่นที่เรียกกันว่า บับบา ชัค (Bubba Chuck) ซึ่งแค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าทั้งกอดคอกันฟันฝ่าอุปสรรคมากมายขนาดไหน

ข่าวกีฬาที่น่าสนใจ

ประวัติ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) อัจฉริยะรอบด้าน

เด็กมัธยมอายุ 17 ปี ที่ตัดสินใจไม่เรียนต่อมหาวิทยาลัยและก้าวเข้าสู่วงการบาสเกตบอลอาชีพอย่าง NBA ทำให้สื่อมวลชนต่างๆ ตกใจและสนใจในตัวเขาเป็นอย่างมาก แม้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) จะสร้างผลงานไว้ได้อย่างน่าประทับใจในระดับมัธยม แต่ระดับ NBA มันเคี่ยวกว่านั้นเยอะ ใน NBA Draft ปี 1996 แม้ทุกสายตาจะจับจ้องไปที่นักบาสเกตบอลพรสวรรค์อย่าง โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant)

แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เขาได้กระโดดไปเป็นดราฟท์อันดับ 1 ในปีนั้น โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ถูกดราฟท์รอบแรกในอันดับที่ 13 โดยทีม ชาล็อต ฮอร์เนตส์ (Charlotte Hornets) แต่อย่างไรก็ตาม เอเยนต์ของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) กับไม่เห็นด้วยที่เขาจะไปเล่นให้ทีม ชาล็อต ฮอร์เนตส์ (Charlotte Hornets) ซึ่งสอดคล้องกับทีม ชาล็อต ฮอร์เนตส์ (Charlotte Hornets) เองที่ในขณะนั้นมีการเจรจาเพื่อเทรดตัวผู้เล่นกับทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) อยู่ ทางเอเยนต์ของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Beyant) จึงเข้าพูดคุยกับทีม ชาล็อต ฮอร์เนตส์ (Charlotte Hornets)

เพื่อเสนอให้ใช้ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Beyant)

เป็นตัวเทรดในครั้งนี้ ซึ่งทาง แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) เองก็ยินดีที่จะรับ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Beyant) ไปร่วมทีมเช่นกัน เพราะว่าก่อนหน้าที่จะถึงช่วงดราฟท์ตัวผู้เล่น โคบี ไบรอันท์ (Kobe Beyant) ได้มีโอกาสเข้าร่วมฝึกซ้อมกันทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ซึ่ง โคบี ไบรอันท์ (Kobe Beyant) เองก็สามารถทำผลงานได้น่าประทับใจ และเป็นที่สะดุดตาของ เจอร์รี่ เวสต์ (Jerry West) โค้ชของทีม แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ในเวลานั้น และในที่สุดวันที่ 1 กรกฎาคม ปี 1996 แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ตัดสินใจส่ง วเลด ดิวาซ (Vlade Divac)

ผู้เล่นเซ็นเตอร์ตัวหลักของทีมไปให้กับ ชาล็อต ฮอร์เนตส์ (Charlotte Hornets) เพื่อแลกกับ เด็กมัธยมวัย 17 ปี อย่าง โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) ในการเซ็นสัญญากับ แอลเอ เลเกอร์ส (LA Lakers) ด้วยวัยเพียง 17 ปี ทำให้การเซ็นสัญญาครั้งแรกของ โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) จะต้องมีพ่อและแม่ของเขาร่วมเซ็นยินยอมด้วย จนกระทั่ง โคบี ไบรอันท์ (Kobe Bryant) อายุครบ 18 ปี จึงได้มีการเซ็นสัญญาด้วยตัวเองอีกครั้งในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลพอดี

ประตูตัวเล็ก

รูปร่างอันสูงยาวสำคัญต่อการเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู มิอาจไม่ยอมรับว่ามือไม้แข้งขาอันเก้งก้างของนายทวาร บ่อยหนสามารถปัดป้องลูกยิงได้อย่างเหลือเชื่อ

โลกลูกหนังมิเคยขาดแคลนนายทวารชั้นดี เอ๊ดวิน แวน เดอร์ ซาร์, ปีเตอร์ เชก, เยนส์ เลห์มันน์ กระทั่งถึง ติโบท์ กูร์ตัวส์ ล้วนสูงชะลูดเกิน 190 เซนติเมตรทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม โลกลูกหนังหาได้ใจจืดใจดำกระทั่งปิดกั้นโอกาสลงสนามของนายทวารรูปร่างเล็ก

ปลายทศวรรษที่ 40 ต่อต้นทศวรรษที่ 50 วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สถาปนาทีมเป็นมหาอำนาจลูกหนังอังกฤษ จากถ้วยเอฟเอคัพปี 1949 ต่อยอดถึงแชมป์ดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1953-54 กำลังสำคัญของทีมหมาป่ามีความสูงเพียง 5 ฟุต 9 นิ้ว หรือ 175 เซนติเมตร ทั้งยังเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู

เบิร์ต วิลเลี่ยมส์ คือนักเตะที่กล่าวถึง ชายผู้สะสมหมวกทีมชาติอังกฤษ 24 ใบชดเชยรูปร่างที่เสียเปรียบด้วยความคล่องแคล่วว่องไวขณะปกปักเสาประตูกระทั่งได้รับฉายา ‘เดอะ แคท’ 

หนึ่งเกมซึ่งสร้างชื่อขจรขจายไปทั่วยุโรปเกิดขึ้นเมื่อปี 1954 เมื่อ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส เปิดรัง โมลินิวซ์ กราวน์ ต้อนรับการมาเยือนของ ฮอนเวด บูดาเปสต์ ยอดทีมจากฮังการี ซึ่งอุดมด้วยแข้งระดับพระกาฬคับคั่ง อาทิ เฟเรนซ์ ปุสกัส, ซานดอร์ ค็อคซิส และ กยูล่า โลร็องต์

เบิร์ต วิลเลี่ยมส์ ออกสตาร์ทมิใคร่ดีนัก เมื่อเสียสองประตูภายใน 14 นาทีให้แก่ทีมอาคันตุกะ อย่างไรก็ดี เขามาโชว์ฟอร์มเซฟลูกยิงของขุนพลจากแดนแมกยาร์เป็นพัลวันในเวลาถัดมา ช่วยให้ต้นสังกัดเป็นฝ่ายคว้าชัย 3 ประตูต่อ 2

นอกเหนือจาก เบิร์ต วิลเลี่ยมส์ นายทวารรูปร่างเล็กร่วมยุคกับเขาก็มี วิล์ฟ คริสโฮล์ม (สูง 173 เซนติเมตร) ซึ่งเป็นเทพอารักษ์ของสโมสรกริมสบี้ ทาวน์ ระหว่างปี 1946-51  

ร่วมสมัยขึ้นมาก็มี ฮอร์เก้ คัมโปส นายทวารสีลูกกวาด ผู้มีความสูง 168 เซนติเมตร ครั้นพ้นยุคของ คัมโปส ทีมชาติเม็กซิโกก็ได้ ออสการ์ เปเรซ มายืนเฝ้าเสาแทน ซึ่งนายด่านรายนี้สูงเพียง 172 เซนติเมตรเท่านั้น

จาก เบิร์ต วิลเลี่ยมส์ ถึง ออสการ์ เปเรซ พวกเขาแสดงให้โลกประจักษ์ว่าคนตัวเล็กไม่จำเป็นต้องเล่นกองหน้าหรือมิดฟิลด์เสมอไป 

หากคุณมีฝีมือและทักษะดีพอ รูปร่างที่เสียเปรียบก็กลายเป็นเรื่องขี้ผง!

กีฬา-แลมพาร์ดกับอนาคตในถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์

แฟร้งค์ แลมพาร์ดกุนซือของเชลซี

เข้ารับบทผู้จัดการทีมเต็มตัวต่อจากเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือชาวอิตาลี กุนซือหนุ่มวัย 40 นิดๆเคยเป็นอดีตลูกหม้อของสโมสรเชลซี มาแล้ว ในช่วงปี 2001-2014 เขาเคยเล่นร่วมกับนักเตะชุดนี้หลายราย ทั้งวิลเลียน,เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า

ทำให้เขารู้จักนักเตะในทีมเป็นอย่างดี ประกอบกับเชลซีมีผลผลิตจากชขุดเยาวชนที่ยอดเยี่ยมอย่างเมสัน เมาท์,แทมมี่ อับราฮัม และนักเตะที่เซ็นสัญญาเมื่อเดือนมกราคม 2019 อย่างคริสเตียน พูลิซิช ช่วยให้นักเตะของทีมค่าเฉลี่ยนักเตะอายุน้อยตามไปด้วย 

อดีตกุนซือทีมดาร์บี้ เคาน์ตี้ที่เกือบจะพาทีมเลื่อนชั้น เพียงแค่ว่านัดสุดท้ายทีม “แกะเขาเหล็ก” ปราชัยต่อ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลล่าชวดขึ้นชั้นอย่างน่าเสียดาย 

เกมเปิดหัวอย่างเป็นทางการของเขากับ สิงโตน้ำเงินครามคือเกมพรีเมียร์ลีกที่บุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยความที่ยังใหม่ และนักเตะยังเรียนรู้ระบบการเล่นของเขาได้ไม่มากพอ จึงทำให้เชลซีต้องแพ้ต่อแมนยูขาดลอย 4-0 หลายฝ่ายเริ่มสงสัยในความสามารถของเขา 

ด้วยผลงานในขณะนี้ทีมอยู่อันดับ 4 เก็บได้ 35 แต้มจาก 20 นัด และยังพาทีมเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นรองแชมป์กลุ่มเข้าไปพบ บาเยิร์น มิวนิคได้ เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ไม่ธรรมดา เพียงแค่ปีแรกเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาก

เส้นทางการเป็นกุนซือของแลมพาร์ด ดูเหมือนไปได้อย่างสวยหรู เพราะเขาเป็นคนที่มุ่งมั่นและมีจิตใจที่เข้มแข็ง การจัดทัพของอดีตมิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษ เน้นการเล่นเกมบุกเป็นหลัก ไม่มีตั้งรับให้เสียเวลา 

ด้วยระบบ 3-4-3 ประตูมีเกป้า อาร์ริซาบาลาก้า,กองหลังสามคนเป็น อันโตนิโอ รูดิเกอร์ , เคิร์ท ซูม่า,ฟิกาโย่ โทโมริ, กองกลาง 4 คนประกอบด้วย อัซปิลิกวยต้า,ก็องเต้,โควาซิช และเอเมอร์สัน ปัลมิเอรี่ กองหน้า เมสัน เม้าท์,แทมมี่ อับราฮมั และวิลเลียน 

ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะได้ระบบทีมที่ลงตัวแล้ว เพียงแต่ว่านักเตะส่วนมากเป็นนักเตะดาวรุ่ง บ้างก็เป็นนักเตะรายใหม่ ดังนั้นต้องใช้เวลาเพื่อการเล่นที่เข้าขารู้ใจกัน

หากว่าเชลซี ติดอันดับท๊อปโฟร์ไปเล่น UCL อีกครั้งในฤดูกาลหน้า ก็นับได้ว่าเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมของทีม หลังจากที่เมื่อซีซั่นที่แล้ว ทีมจากเมืองหลวงจบอันดับ 3 ในพรีเมียร์ลีกและคว้าแชมป์ยูโรปาลีก แต่ไม่ว่าไม่เป็นที่ถูกใจของบอร์ดบริหารเท่าไหร่นัก