วิตติ้งแฮมเสียชีวิตจากโรคหัวใจในวัย 35

อดีตมิดฟิลด์ คาร์ดิฟฟ์และแอสตัน วิลล่าเสียชีวิตด้วยวัน 35 ปีเท่านั้นเอง ปีเตอร์ วิตติ้งแฮม ได้รับการเปิดเผยจากตำรวจของเวลส์ตอนใต้กล่าวว่ามันเป็นอุบัติเหตุที่เกิดที่แบร์รี่ ผับเมื่อวันที่ 7 มีนาคม โดยเขาไปถึงโรงพยาบาลโดยมีอาการเจ็บที่ศีรษะ

อดีตมิดฟิลด์ที่เป็นที่รักของแฟนบอลคาร์ดิฟฟ์ เขายิงประตูสวยๆ จากนอกเขตโทษได้มากมาย และทำให้เขาติดทีมยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษในช่วงปี 2005-2015 จริงๆแล้วเขาออกสตาร์ทการเป็นนักฟุตบอลที่แอสตัน วิลล่าก่อนที่จะย้ายมาร่วมทีมคาร์ดิฟฟ์เมื่อปี 2007 ลงสนามไปมากกว่า 450 นัดให้สโมสร ก่อนที่จะแขวนสตั๊ดกับทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์สเมื่อเดือนสิงหาคม 2018 

เกิดเรื่องน่าเศร้าอย่างคาดไม่ถึงเมื่ออดีตนักเตะวัยเพียง 35 ปี ต้องมาเสียชีวิตลง เขาคือปีเตอร์ วิตติ้งแฮม แถลงการณ์จากสโมสรคาร์ดิฟฟ์ ซิตี้เขาเสียชีวิตจากโรคหัวใจล้มเหลว ซึ่งเราจะมีการร่วมบริจาคสมทบทุนเข้ากองทุนของเขา ด้วยความรักที่มีต่อภรรยาของเขา อมันด้า และลูกชายตัวน้อยรวมถึงครอบครัวของเขา ทางสโมสรขอแสดงความเสียใจไปยังเขาและครอบครัวอย่างสุดซึ้ง  นี่เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของครอบครัวเขาอย่างแท้จริง

ก่อนอื่นเลนต้องบอกว่าเขาเป็น family man ที่นักเตะทุคนให้เกียรติเขา เขาเป็นคนที่อบอุ่น มีบุคลิกที่น่าคบหาเป็นนักเตะมืออาชีพ เขาสร้างชื่อให้สโมสรเรา ด้วยความเป็นนักเตะที่มีพรสวรรค์และความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่มีใครดีไปกว่าเขาอีกแล้ว

การสูญเสียเขาไปเป็นความเจ็บปวดของทุกคนที่เมืองนี้ แฟนบอลรวมถึงผู้ที่เคยได้เห็นเขาเล่นในสนามย่อมต้องมีความยินดีในเกมการเล่นของขา เราจะรักและจดจำเขาไปตลอดกาล 

ทั้งนี้โอเล่ กุนนาร์ โซลชาและวิตติ้งแฮมก็เคยได้ทำงานร่วมกัน และโซลชากล่าวว่า ผมรู้สึกเศร้าเสียใจอย่างมากต่อการจากไปของปีเตอร์  โดยกุนซือชาวนอร์เวย์เข้าคุมทีมคาร์ดิฟฟ์ตั้งแต่ปี 2014 ได้กล่าวว่าปีเตอร์เป็นนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมาก เป็นคนที่มหัศจรรย์มาก ผมรู้สึกสนุกเมื่อได้ทำงานกับเขาที่คาร์ดิฟฟ์ เขายังอายุน้อยอยู่เลยการจากไปของเขานับว่าเป็นเรื่องที่น่าเศร้าของครอบครัววิตติ้งแฮมโดยแท้

ขณะที่อารอน แรมซี่ย์นักเตะของยูเวนตุสและทีมชาติเวลส์กล่าวโพสต์ในอินสตาแกรมว่า เราจะรำลึกถึงเขาเขาเป็นนักเตะที่มีเทคนิคสูง เป็นคนที่น่ายกย่อง และมีเท้าซ้ายที่แม่นยำ ผมภูมิใจที่ได้เคยเล่นทีมเดียวกับเขา ผมขออวยพรให้ปีเตอร์ไปสู่สุคติ เขาจากไปทั้งที่อายุยังน้อยอยู่เลย

วงการกีฬาทั่วโลกได้รับผลกระทบจาก covid-19

วงการกีฬาได้รับผลกระทบจากไวรัส covid-19 กันระนาว ทั้งวงการจักรยานที่การแข่งขันในเดือนมีนาคม เตียร์ราโน่-อาเดรียติโก้ และมิลาน –ซาน รีโม้ ต้องยกเลิกเพราะว่าเกิดไวรัส และรวมไปถึงยังมีการตัดสินใจว่าจะเลื่อนการแข่งขันทัวร์ออฟซิซิลี ในต้นเดือนเมษายนด้วย ส่วนการแข่งขันฟุตบอลลีกของอิตาลีจะมีการเล่นที่สนามปิดไปจนถึงวันที่ 3 เมษายน

การแข่งขันจักรยาน ที่มีจุดสตาร์ทจาก เตียร์ราโน่- ไปสิ้นสุดที่ อาเดรียติโก้ ในวันที่ 11 มีนาคมนี้เลื่อนแน่นอนแล้ว เช่นเดียวกับรายการมิลาน –ซานรีโม่ที่จะเริ่มวันที่ 21 มีนาคมเนื่องจากไวรัสโคโรน่า ภายใต้สายพันธ์ใหม่ covid-19 ระบาดไปทั่วยุโรป โดยเฉพาะที่อิตาลีมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสชนิดนี้แล้ว 

ขณะที่วงการกอล์ฟ ที่สัปดาห์หน้าที่จะถึง มีรายการไนโรบีและเอเชียน ทัวร์ โรยัล คัพปี 2020 ที่ประเทศไทย ก็ต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปโดยปริยาย  การแข่งขันที่ไนโรบี รัฐบาลเคนยาตัดสินใจยกเลิกการแข่งขันถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่ประเทศในกลุ่มเสี่ยงก็ตาม โดยการเลื่อนออกไปเป็นการเห็นชอบจากขาติสมาชิกทีมีการประชุมพบปะกันในทุกเดือน

ชีฟ เอกเซกคลูทีฟของรายการยูโรเปี้ยน ทัวร์ คีธ เพลลี่ย์กล่าวว่าเราเข้าใจถึงสถานการณ์ดังกล่าวที่รัฐบาลเคนยาต้องการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เลวร้ายในประเทศของเขา ซึ่งเราก็ต้องมีการจัดการแข่งขันแต่อาจจะเลื่อนเป็นเวลาไหน เราจะดูช่วงเวลาที่เหมาะสมกันต่อไป 

ในรายการรักบี้ฟุตบอลลีก ก็ประกาศว่ายังไม่ยกเลิกการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ แต่ว่าสิ่งที่ทางคณะกรรมการกำชับเลยก็คือ ห้ามมีการจับมือ,สวมกอดกันโดยเด็ดขาด หรือแม้กระทั่งการนำสิ่งของมาให้นักกีฬาได้เซ็นชื่อเป็นที่ระลึกก็ห้ามเช่นกัน เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส

เกมการแข่งขันคู่คืนวันศุกร์ระหว่าง ดราก้อนส์และทีมจากสโมสรอิตาลี เบเนต๊อง ที่จะแข่งกันที่ประเทศเวลส์ตามแผนเดิมหลังได้รับการอนุญาตจาก กระทรวงสาธารณสุขของพวกเขา

ขณะที่ฟุตบอลลีก เอิง ที่จะแข่งวันเสาร์ ช่วงบ่ายเป็นเกมระหว่าง เปแอสเชจะพบสตราส์บูร์ก มีการประกาศยกเลิกแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เนื่องจากเมืองสตราส์บูร์กพบมีผู้ติดเชื้อไวรัสกว่า 613 เคสและผู้เสียชีวิตกว่า 9 ราย (จากรายงานข่าว)

ช่วงนี้เพื่อคามปลอดภัยขอให้ผู้ชมกีฬา ควรที่จะติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและหลีกเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในกลุ่มฝูงชนกลุ่มใหญ่ๆ หากเลี่ยงไม่ได้ควรสวม mask ป้องกัน เพื่อความปรารถนาดีต่อผู้อื่น และป้องกันตัวเราไม่ให้ติดเชื้อไวรัสนี้ด้วยเช่นกัน 

โดยฟุตบอลอิตาลี ถึงแม้ว่ายังแข่งกันได้แต่ก็จัดให้มีการแข่งขันในสนามปิด ที่ไม่มีผู้ชมเข้ามาชมเท่านั้น ไม่เว้นแม้แต่ฟุตบอลไทยที่ประกาศเลื่อนการแข่งขันไปจนถึงวันที่ 18 เมษายนนี้

ลีกต่างๆ ในยุโรป

ลีกต่างๆ ในยุโรปมีอะไรบ้างสำหรับฟุตบอล

ซึ่งนอกจากพรีเมียร์ชิพแล้ว ก็ยังมี ลาลีก้าของเสปน ซึ่งทีมดังๆ และขับเคี่ยวกันจริงๆ ก็จะมีแค่ สองทีม นั่นคือ บาร์เซโลน่า และรีลมาดริด แต่ต้องบอกว่าลีกนี้ ดร๊อปไปพอสมควรหลังจาก ไม่มีโรนัลโด้ เล่นในลีกนี้ นั่นจึงทำให้แฟนบอลไม่ค่อยให้ความสนใจเหมือนเดิม ส่วนทีมสอดแทรกอย่างแอตลิโก มาดริด ก็ไม่สามารถเก่งได้เหมือนก่อน เพราะปัญหาที่กองหน้าไม่คม ส่วนทีมที่มาแรงกลับเป็นเกตาเฟ่ ซึ่งแฟนบอลส่วนใหญ่ไม่มีใครรู้จัก เพราะต้องบอกว่าแฟนบอลส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับสามทีมแรกที่กล่าวมาและปีนี้ การยิงประตูของลีกนี้ก็น้อยลงอย่างน่าใจหาย เพราะขนาดเมสซี่ ยังยิงได้แค่ สิบสี่ประตู ทั้งๆ ที่ใกล้จะโค้งสุดท้ายของลีกแล้ว หากเป็นปีก่อนๆ ป่านนี้ เมสซี่ยิงเกิน สามสิบประตูแล้ว จึงทำให้ความสนุกของลีกนี้น้อยลงไปอย่างมาก 

ส่วนลีกกัลโช่ ซีเรียอา ปีนี้กลับมาดังอีกครั้ง เพราะหลังจากที่ยูเวนตุส ผูกขาดแชมป์มาตลอด แต่ปีนี้ อินเตอร์ แรงขึ้นมาและเบียดขึ้นนำเป็นจ่าฝูง ณ ปัจจุบัน จากแต้มเท่ากันและมีประตูได้เสียที่ดีกว่า แต่การตัดสินแชมป์ตามกฎของกัลโช่จริงๆ นั้น จะวัดกันที่ เฮดทูเฮด ซึ่งผลการแข่งขันนัดแรกทำได้ดีกว่า จึงต้องมาดูกันนัดที่จะเจอกันเองในนัดสอง ว่าใครจะทำได้ดีกว่ากัน และนอกจากสองทีมนี้ ยังมีทีมม้ามืดที่แรงขึ้นมาขึ้น ลาซิโอ เพราะเวลานี้ ลาซิโอ เป็นทีมที่ยิงได้เยอะที่สุดในลีก และตามหลังสองทีมจ่าฝูงอยู่แค่ หนึ่งแต้ม ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่า อาจเป็นทีมตาอยู่ก็เป็นได้ 

ส่วนบุนเดสลีกา มีช่วงสนุกอยู่ช่วงหนึ่งที่ มีทีมอย่างไลป์ซิก แซงบาเยริน์ขึ้นมาเป็นจ่าฝูงอยู่พักหนึ่ง จนทำให้บาเยริน์ ต้องไล่ผู้จัดการทีมอย่าง นิโก้ โควัช ออกไป แต่พอผ่านไปสักพัก ทุกอย่างก็เหมือนเดิม ที่บาเยิรน์ แซงกลับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงเหมือนเดิม ส่วนเสือเหลืองดอร์ทมุน ก็ฟอร์มไม่คงเส้นคงวา บางครั้งก็ชนะรวดที สี่ถึงห้านัด ติดต่อกัน แต่บทจะแพ้ ก็แพ้แบบกู่ไม่กลับ ทำให้สถานการณ์ของบุนเดสลีกา ก็ยังคงเป็นบาเยริน์ที่ผูกขาดเหมือนเดิม 

ส่วนอีกลีกหนึ่งที่อยู่ในท๊อปลีก ก็คือลีกเอิงจากประเทศฝรั่งเศส ลีกนี้ทุกอย่างคือ ปารีส แซงแชร์แมง อย่างแน่นอน อยู่ที่ว่าจะได้แชมป์เมื่อไหร่ เพราะทีมรวมไปด้วยดาราดัง หากจะมองทีมลุ้นแชมป์ คงไม่สนุกเท่าลุ้นรองแชมป์ ระหว่าง ทีมมาร์เซย์ กับลีลล์

ส่วนโมนาโก อดีตแชมป์ ปัจจุบันยังกู่ไม่กลับ ไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิมอีกต่อไป